วิธีเก็บผลไม้

5 วิธีเก็บผลไม้ ให้สดนานที่สุด มากกว่าที่คุณรู้ !!

ผลไม้เป็นอาหารที่สำคัญสำหรับการรักษาสุขภาพซึ่งมีความหลากหลาย และอุดมไปด้วยวิตามิน แต่การเก็บรักษาความสดของผลไม้กลับเป็นเรื่องที่ละเอียด และท้าทาย เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์ที่มากที่สุดจากผลไม้ นี่คือวิธีเก็บผลไม้ 5 วิธีเก็บผลไม้  เพื่อให้คงความสดใหม่นานยิ่งขึ้น

บทความแนะนำ : 4 เหตุผลที่ต้องสั่งผลไม้พร้อมทานกับทางเรา | ADay Fresh

How-to-store-fruit

ผลไม้เก็บได้นานเท่าไหร่

ระยะเวลาที่ผลไม้สามารถเก็บรักษาได้นั้นขึ้นอยู่กับประเภทของผลไม้ และวิธีการเก็บรักษาที่ใช้ ดังนั้น ไม่มีคำตอบที่แน่นอนว่าผลไม้สามารถเก็บได้นานเท่าไหร่ เนื่องจากมีผลไม้บางชนิดที่สามารถเก็บรักษาได้นานถึงหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน ในขณะที่ผลไม้อื่นๆ อาจมีอายุการเก็บรักษาที่สั้นกว่านั้น เช่น กล้วย หรือแอปเปิ้ลสามารถเก็บรักษาได้นานกว่าผลไม้เช่นสตรอเบอร์รี และส้มจีน

การเก็บผลไม้ให้คงความสดนานที่สุดมักจะขึ้นอยู่กับการใช้วิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้องตามคำแนะนำ เช่น เก็บในที่เย็น และแห้ง ไม่ล้างล่วงหน้า และเลือกผลไม้ที่สุกอ่อน และไม่เสียหาย อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสภาพของผลไม้เป็นประจำเพื่อป้องกันการเสียหายที่ไม่จำเป็นเสมอดีที่สุด และควรใช้สายตา และการสัมผัสเพื่อตรวจสอบเมื่อมีผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับผลไม้ตลอดการเก็บรักษา เพื่อป้องกันการเสียหายโดยทั่วไปแล้ว ผลไม้สามารถเก็บรักษาได้ตามนี้:

  1. ผลไม้ที่สามารถเก็บได้นานกว่า 1-2 สัปดาห์: สตรอเบอร์รี, แอปเปิ้ล, กล้วย, ส้ม, มะละกอ, และมะเขือเทศ

  2. ผลไม้ที่สามารถเก็บได้นานกว่า 3-4 วัน: กล้วยหอม, มะละกอ, แอปเปิ้ลฟูจิ, ลูกพีช, ลูกแพร์, และลูกมะม่วง

  3. ผลไม้ที่สามารถเก็บได้นานกว่า 1-2 วัน: สตรอเบอร์รี และส้มจีน

นี่เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น การเก็บรักษาผลไม้ให้คงความสดขึ้นยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การดูแล และวิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้องตามคำแนะนำที่กล่าวมาด้านบน

5 วิธีเก็บผลไม้อย่างไรดี ?

1. เก็บผลไม้ในตู้เย็น หรือตู้แช่ผลไม้

เก็บผลไม้ในตู้เย็นเป็นวิธีที่สามารถช่วยให้ผลไม้คงความสดใหม่นานขึ้นได้ แต่ต้องมีการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับผลไม้ เพื่อให้ความสดของผลไม้ยังคงอยู่เท่าที่เป็นไปได้

  1. เพื่อป้องกันการถูกชื้น ควรเก็บผลไม้ในบริเวณที่ไม่มีความชื้นสูง และหลีกเลี่ยงการเก็บมากไปเกินความจำเป็น
  2. จัดเรียงผลไม้ให้เป็นระเบียบ โดยส่วนใหญ่ควรใส่ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันการชนกันระหว่างผลไม้
  3. เรียงลำดับการเก็บผลไม้ตามความอ่อนแอ จะเริ่มจากผลไม้ที่เหลือง หรือสุกมาก และควรตรวจสอบวันหมดอายุของผลไม้เพื่อเก็บผลไม้ที่อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดก่อน
  4. หลีกเลี่ยงการเก็บผลไม้พร้อมกันที่มีกลิ่นเหม็น เพราะอาจทำให้ผลไม้อื่น ๆ ก็มีกลิ่นเหม็นได้

2. ไม่ล้างผลไม้ล่วงหน้า

การไม่ล้างผลไม้ทันทีหลังซื้อเพื่อรักษาความสดของผลไม้เป็นวิธีที่ดี เพราะการล้างผลไม้ทันทีอาจทำให้มีความชื้นเข้าไปในผิวของผลไม้ ทำให้ผลไม้สูญเสียความสดชื่นได้เร็วขึ้น ดังนั้น ควรเก็บผลไม้ในที่แห้ง และที่มีระบบระบายอากาศอย่างเหมาะสม และล้างผลไม้ก่อนการบริโภคเพื่อล้างสิ่งสกปรกและสารพิษที่อาจปนเปื้อนบนผิวผลไม้ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นผลไม้ที่มีน้ำย่อยอยู่ภายนอก เช่น แอปเปิ้ลหรือสตรอเบอร์รี่ ควรล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนการบริโภคเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค และสารพิษที่อาจอยู่บนผิวผลไม้

How-to-keep-fruit-fresh-for-a-long-time

3. เลือกผลไม้ที่สุกอ่อนๆ

การเลือกผลไม้ที่สุกอ่อนเพื่อเก็บไว้นานมีความสำคัญ เนื่องจากผลไม้ที่สุกอ่อนมีอัตราการหมั่นเสียสารอาหารต่ำกว่าผลไม้ที่สุกเต็มที่ ทำให้มีโอกาสในการเก็บรักษาคุณภาพ และความสดชื่นของผลไม้ได้นาน ผลไม้ที่สุกอ่อนมักจะมีโครงสร้างเซลล์ที่ยังไม่เต็มพร้อม และมีสารอาหารยังไม่ได้ถูกแปรรูปให้เป็นกลุ่มอื่น ซึ่งทำให้การสะสม และการเสียของสารอาหารที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ 

ตัวอย่างของผลไม้ที่สามารถเลือกผลไม้ที่สุกอ่อนเพื่อเก็บไว้นานได้ ได้แก่ กล้วยหอมที่ยังไม่สุกเต็มที่, สตรอเบอร์รี่ที่ยังเขียว, และมะม่วง  โดยควรเลือกผลไม้ที่เริ่มสุกเป็นระยะๆ แต่ยังไม่ถึงขั้วของผลไม้ และควรเก็บในที่ที่มีอากาศถ่ายเทออกซิเจน และความชื้นอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพของผลไม้ไว้ในระยะเวลาที่นาน

4. เก็บในที่เย็น และแห้ง

การเก็บผลไม้ในที่ที่เย็น และแห้งเป็นวิธีที่ดีเพื่อรักษาความสดของผลไม้ได้นาน เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ และความชื้นน้อยช่วยลดออกซิเจน และป้องกันการเสื่อมสภาพของผลไม้ได้ ดังนั้น การใช้ตู้เย็น หรือตู้เก็บรักษาผลไม้เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อช่วยในการรักษาคุณภาพของผลไม้ไว้ในระยะยาว

การเก็บในที่แห้ง และมีระบบระบายอากาศดี เช่นเดียวกันยังช่วยลดความชื้น และป้องกันการเกิดราก่อนเวลา นอกจากนี้ การเลือกที่เก็บที่มีอากาศถ่ายเทออกซิเจน และความชื้นน้อยยังช่วยในการรักษาคุณภาพ และความสดของผลไม้ไว้ในระยะเวลาที่ยาวนานโดยไม่ทำให้ผลไม้เน่าเร็วขึ้น ดังนั้น การเก็บผลไม้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทออกซิเจน และความชื้นน้อยเป็นวิธีที่ดีเพื่อรักษาคุณภาพ และความสดของผลไม้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บผลไม้อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของผลไม้ และความต้องการของแต่ละชนิด ดังนั้นควรตรวจสอบ และปรับอุณหภูมิตามผลไม้ที่เก็บเพื่อรักษาคุณภาพของผลไม้ให้ดีที่สุด.

How-to-keep-fruit-fresh

5. ไม่ควรเก็บผัก และผลไม้รวมกัน

เหตุผลที่ไม่ควรเก็บผัก และผลไม้ไว้รวมกัน เพราะจะทำให้เน่าเสียได้เร็วกว่าปกติ เนื่องจากผลไม้มักจะปล่อยก๊าซเอธีลีน (ethylene gas) ออกมา เป็นสารที่ส่งผลให้ผลไม้ที่สุกเร็วขึ้น และอาจส่งผลให้ผัก และผลไม้ใกล้เคียงชนิดอื่นๆ เน่าเสียได้ด้วย การแยกผัก และผลไม้ในตู้เย็น หรือการจัดเก็บในภาชนะแยกต่างหากจะช่วยลดโอกาสให้ก๊าซเอธีลีนที่ปล่อยออกมาจากผลไม้มาสัมผัสกับผัก ทำให้ลดโอกาสในการทำให้ผักช้ำ หรือเน่าเสียได้

นอกจากนี้ การไม่ให้ผัก และผลไม้ทับกันเมื่อจัดเก็บจะช่วยลดการบีบ หรือทำลายโครงสร้างของพืช ซึ่งอาจทำให้พืชเสียหายหรือช้ำได้ ดังนั้น การจัดเก็บผัก และผลไม้โดยไม่ให้ทับกันเป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการเก็บรักษาความสดของผัก และผลไม้

สรุป

การเก็บผลไม้ให้รักษาความสดนานที่สุดสามารถทำได้โดยการปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวจะช่วยให้การเก็บผลไม้ของคุณนั้นนานขึ้น และเสียหายน้อยที่สุด สาเหตุหลักๆของการทำให้ผลไม้ไม่สด เพราะมีความชื้นเข้าสู่ผลไม้ซึ่งส่งผลให้เสียหายได้เร็ว ผัก และผลไม้มักมีความชื้น และก๊าซที่เปลี่ยนแปลงได้ต่างกัน การเก็บที่ไม่เหมาะสม หรือการล้างก่อนเก็บอาจทำให้ผลไม้เน่าเสียได้เร็วขึ้น 

การปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ผลไม้คงความสดให้นานขึ้น และลดการเสียหายของผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสภาพของผลไม้อย่างสม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียหายก่อนบริโภค

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Shopping Cart